บทความสุขภาพ

กินน้ำมันงาดำอย่างไรให้ได้ผลดี?

"ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติบริสุทธิ์น้ำมันงาดำ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว"

สั่งซื้อสินค้าได้ที่

02-995-8101-2, 082-362-9933, 085-092-2992, 099-256-5636

งาดำในหนึ่งเมล็ดนั้นมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบถึง 70% ซึ่งถือเป็นส่วนที่ดีที่สุดในเมล็ดงาดำ ซึ่งในทางสมุนไพรบำบัดนั้นให้สรรพคุณบำรุงทั้งหัวใจ สมอง ตับไต อวัยวะระบบสืบพันธุ์ และระบบทางเดินอาหาร

อีกทั้งยังช่วยในการขับถ่ายสารพิษออกจากเซลล์และร่างกาย  โดยมักใช้น้ำมันงาดำสกัดเย็นเป็นอาหารเสริมหลัก

 

การรับประทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้นก็มีหลายแบบเพื่อจุดประสงค์ต่างกันดังต่อไปนี้

 

1. กินพร้อมอาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของทั้งน้ำมันและอาหาร เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดละลายในกรดไขมันจำเป็นเพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ อีกทั้งการกินไปพร้อมอาหารนี้ทำให้การย่อยง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ต้องการกินเพื่อบำรุง ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เด็กเล็ก และวัยรุ่น

2. กินในขณะท้องว่าง ซึ่งจะมีผลเกี่ยวกับการขับของเสียและสารพิษออกจากเซลล์และอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะสมอง รวมถึงตับ ไต ลำไส้ ซึ่งเป็นอวัยวะในระบบขับถ่ายและกำจัดสารพิษของร่างกาย (Detoxification System) ซึ่งเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเน้นจุดประสงค์นี้ บำรุงผิวพรรณ กันการเสื่อมของเส้นผม ท้องผูก สารพิษตกค้างสูง ระบบน้ำเหลืองเสีย พิษในเลือดมาก มีโรคเรื้อรังมานาน กินยาแผนปัจจุบันมาเยอะ และอื่นๆ

3. กินพร้อมกับยาแผนปัจจุบัน เพื่อบรรเทาอาการผลข้างเคียงของการใช้ยา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ายาแผนปัจจุบันนั้นมีสารก่อพิษในร่างกายและมีผลข้างเคียงต่อระบบภายใน การกินน้ำมันงาดำสกัดเย็น 1,000 ถึง 4,000 มิลลิกรัมพร้อมกับการกินยาแผนปัจจุบันจะช่วยปกป้องอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต และระบบย่อยอาหาร

4. กิน 2,000 ถึง 4,000 มิลลิกรัมในขณะท้องว่างก่อนนอน เพื่อส่งเสริมการนอนและผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเกิดจากความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ถ้ามีการกินในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำพร้อมสมุนไพรจำพวกลาเวนเดอร์และคาโมมายล์ จะทำให้สภาวะจิตใจ อารมณ์ และการนอนดีขึ้น

5. กินในขณะที่มีอาการปวดหรืออักเสบสูง เช่น ปวดข้อ มีไข้สูง ปวดแดง ร้อน (อาการ) โดยกิน 2,000 มิลลิกรัมทุกๆ 4 ชั่วโมง จนอาการดีขึ้นแล้วจึงลดปริมาณลง

 

เมื่อมีการเริ่มรับประทานอาหารเสริมหรือยาแผนปัจจุบันตัวใหม่โดยเฉพาะในปริมาณที่สูง ร่างกายอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวในระยะหนึ่ง ซึ่งมิได้หมายความว่าเราไม่ถูกหรือมีอาการแพ้อาหารเสริมตัวนั้นๆ โดยอาการก็อย่างเช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ มึนหัว คัน ง่วงนอน และอ่อนเพลีย

 

อาการเหล่านี้อาจจะเป็นเพราะร่างกายพยายามขับพิษหรือปรับตัวซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของอาหารเสริมตัวใหม่ที่เรานำเข้าไปในร่างกาย โดยปกติแล้วก็แนะนำให้ลดปริมาณของอาหารเสริมนั้นลงจนอาการเหล่านี้หายไปแล้วจึงเพิ่มปริมาณขึ้นเพื่อผลสูงสุดในการใช้ ในทางการแพทย์แล้วทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันไม่มีการพบว่ามีผู้แพ้เมล็ดงาดำจากการบริโภค ยกเว้นเมล็ดงาดำนั้นมีสารปนเปื้อนหรือมีเชื้อราซึ่งนำไปสู่การก่อโรคในอนาคต

 

เพราะน้ำมันงาดำนั้นมีคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระสูงจึงทำให้เกิดปฏิกิริยากับอากาศ น้ำ และแสงสูง (Oxidation) การรับประทานเป็นรูปน้ำมันจากขวดนั้นไม่แนะนำ เพราะการกินแต่ละครั้งก็จะเกิดการปิดเปิด ทำให้ตัวน้ำมันสัมผัสอากาศ แสง และอุณหภูมิที่ต่างๆ กัน ก่อให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นหืน ซึ่งทำให้น้ำมันงาเปลี่ยนเป็นสารพิษได้

 

อีกทั้งยังต้องแน่ใจว่าน้ำมันนั้นเป็นการสกัดแบบสด ไม่ผ่านการคั่วหรือความร้อนใดๆ เพราะโดยทั่วไปทางผู้ผลิตจะคั่วเมล็ดงาก่อนเพื่อหยุดการหืนและปฏิกิริยาทางชีวภาพ แต่การนำเมล็ดพืชไปผ่านความร้อนนั้นทำให้น้ำมันภายในเกิดปฏิกิริยาและการเป็นการคาซิโนเจน (Carcinogen) ซึ่งเป็นสารก่อโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเสื่อมของอวัยวะต่างๆ

 

น้ำมันงาดำแคปซูลนั้นส่วนใหญ่แคปซูลจะเป็นเจลาติน ที่สามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาชีวภาพกับน้ำ อากาศ และแสง โดยสามารถคงสภาพอยู่ได้ เสถียรด้านคุณค่าทางโภชนาการและการแพทย์ได้ 2 ปี ในอุณหภูมิต่ำคงที่ และไม่มีความจำเป็นต้องเก็บน้ำมันงาดำในที่เย็น แต่ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียล ตัวแคปซูลเจลาตินอาจมีความหนืดเพิ่มขึ้นจนเกาะตัวกัน เมื่อนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นก็จะกลับมาอยู่ในสภาพเดิม

 

น้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้นถ้าผลิตจากเมล็ดงาดำที่ดี ปลอดสารพิษ และผ่านกรรมวิธีการสกัดและจัดเก็บอย่างถูกต้องก็จะมีความปลอดภัยสูง สามารถกินได้ทั้งเด็กเล็กและหญิงมีครรภ์ แต่ขอแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มการกินอาหารเสริมทุกชนิดครับ

 

โรคภัยไข้เจ็บและการเสื่อมของร่างกายส่วนหนึ่งเกิดจากสภาวะการขาดกรดไขมันจำเป็นในชีวิตประจำวันโดยที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควรนัก ในวันๆ หนึ่งนั้นควรได้รับปริมาณแคลอรี 1 ใน 10 จากกรดไขมันที่ดี ซึ่งเราไม่สามารถได้รับจากอาหารและไขมันที่ปรุงผ่านความร้อน เพราะความร้อนจะทำลายกรดไขมันที่ดีไปหมด

 

ซึ่งเราสามารถหาได้จากงาดำ เมล็ดธัญพืชและถั่วต่างๆ รวมทั้งพืชผักและผลไม้นานาชนิด การรับประทานน้ำมันที่ให้กรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการจึงเป็นผลดีมากต่อสุขภาพร่างกายและควรจะรับประทานน้ำมันที่มีกรดไขมันที่มีประสิทธิภาพสูงเท่านั้น 

 

หากคุณกำลังมองหาอาหารเสริมประจำวันเพื่อต้องการให้สุขภาพดีและเพื่อการรักษาโรคต่างๆ ดังที่กล่าวไปแล้ว ขอแนะนำให้ลองกินน้ำมันงาดำสกัดเย็นแบบแคปซูล แล้วลองสังเกตดูว่าน้ำมันงาดำที่ทางการแพทย์แผนโบราณถือว่าเป็นยาโบราณและได้รับการยกย่องมากในการรักษาโรค อีกทั้งยังเป็นอาหารอายุวัฒนะของมนุษย์มามากกว่า 5,000 ปีทั่วทุกมุมโลก มีผลวิจัยสนับสนุนทางการแพทย์มากมายนั้น จะสามารถทำประโยชน์ให้แก่สุขภาพโดยรวมของคุณอย่างไรได้บ้าง 

 

====================

*** บทคัดย่อจากหนังสือ ไม่เจ็บ ไม่แก่ ไม่ป่วย สวยด้วยน้ำมันงาดำ โดย ดร.พล ภูผาวัฒนากิจ แพทย์ศาสตร์ธรรมชาติบำบัดและการแพทย์แผนตะวันออก***

น้ำมันงา

ALL RIGHTS RESERVED ©2019 SMARTLIFE-PLUS CO., LTD.

บริษัท สมาร์ทไลฟ์ พลัส จำกัด

โทร. 02-995-8101

ฮีเมล์ info@smartlife-plus.com