น้ำมันงา

ส่วนประกอบและมาตรฐานของน้ำมันงาและน้ำมันรำข้าว

ส่วนประกอบและมาตรฐานของน้ำมันงาและน้ำมันรำข้าว

ผลิตภัณฑ์ของสมาร์ทไลฟ์ส่วนใหญ่ประกอบด้วยน้ำมันงาและน้ำมันรำข้าวซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยเฉพาะด้านการป้องกันโรคมะเร็ง โดยในบทความนี้เราจะอธิบายถึงส่วนประกอบและมาตรฐานของน้ำมันเพื่อสุขภาพทั้งสองชนิดนี้

 

น้ำมันงาเป็นน้ำมันพืชที่รับประทานได้ซึ่งผลิตจากเมล็ดงาและมีกลิ่นและรสชาติที่เฉพาะ โดยน้ำมันที่ผลิตมาจากเมล็ดที่อุดมไปด้วยสารอาหารนั้นเป็นที่นิยมในวงการแพทย์ทางเลือกไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนโบราณหรือการรักษาแผนปัจจุบัน น้ำมันงาประกอบด้วยกรดไขมันมากมายซึ่งก็คือ กรดไลโนเลอิก (41% ของกรดไขมันทั้งหมด), กรดโอเลอิก (39%), กรดปาล์มิติก (8%), กรดสเตียริก (5%) และกรดอื่น ๆ ในปริมาณเล็กน้อย

 

ในประเทศกำลังพัฒนาน้ำมันงามักจะถูกสกัดด้วยเทคนิคที่มีราคาไม่แพงและเป็นกระบวนการที่ทำด้วยมือ เช่น การลอยในน้ำร้อน, การบีบอัดด้วยเครื่องแบบคันหมุน, การบีบอัดด้วยเครื่องแรมเพรส, กระบวนการคานี, หรือการใช้เครื่องสกัดน้ำมันขนาดเล็ก ส่วนในประเทศที่พัฒนาแล้วน้ำมันงามักถูกสกัดโดยใช้เครื่องสกัดแบบ Expeller, เครื่องสกัดน้ำมันขนาดใหญ่, หรือการสกัดด้วยตัวทำละลายทางเคมี

 

น้ำมันงาสามารถสกัดได้ภายใต้สภาวะอุณหภูมิต่ำโดยใช้เครื่องสกัดน้ำมันแบบ Expeller ที่เรียกว่าการสกัดแบบเย็น โดยวิธีการสกัดนี้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคอาหารแบบสดเนื่องจากเป็นการสกัดน้ำมันที่ไม่ใช้สารเคมีหรืออุณหภูมิสูง

 

น้ำมันงาเป็นน้ำมันกึ่งซักแห้ง (semi-drying oil หรือนำมันที่เป็นไขเร็วเมื่อสัมผัสกับอากาศ)ที่เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (PUFA) น้ำมันงาในเชิงพาณิชย์จะมีสีที่แตกต่างกันไปตั้งแต่สีอ่อนจนถึงสีเหลืองแดงเข้มซึ่งขึ้นอยู่กับสีของเมล็ดที่ผ่านการแปรรูปและวิธีการสกัด หากน้ำมันถูกขัดสีจากเมล็ดที่ได้รับการทำความสะอาดอย่างดีแล้วก็สามารถนำไปกลั่นและฟอกขาวได้ง่ายเพื่อให้ได้น้ำมันใสสีอ่อน

 

น้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันที่สกัดจากเปลือกแข็งสีน้ำตาลด้านนอกของข้าวที่เรียกว่าแกลบ (รำข้าว) ซึ่งมีจุดเกิดควันที่สูงถึง 232 °C (450 °F) และมีรสชาติอ่อนทำให้เหมาะกับการปรุงอาหารที่ใช้อุณหภูมิสูง เช่น ผัดและทอด

 

น้ำมันรำข้าวที่ผ่านการกลั่นจะต้องมาจากน้ำมันที่สกัดด้วยตัวทำละลายที่ทำให้เป็นกลางด้วยด่างฟอกขาว, ดินฟอกขาวหรือถ่านกัมมันต์หรือทั้งสองอย่างและนำมากำจัดกลิ่นด้วยไอน้ำ โดยการฟอกสีและการกำจัดกลิ่นด้วยวิธีอื่น ๆ อาจทำได้ด้วยวิธีทางกายภาพ

 

น้ำมันต้องมีความใสและไม่มีกลิ่นหืน, สิ่งเจือปน, ตะกอน, สารแขวนลอยและสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ , รวมถึงต้องมีการแยกน้ำและเติมสารแต่งสีและแต่งกลิ่นรส ความใสของน้ำมันจะดูได้จากความใสหลังจากเก็บตัวอย่างที่กรองไว้ที่อุณหภูมิ 35 °C เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยจะมีการจำหน่ายน้ำมันรำข้าวเพื่อการบริโภคหลังจากการกลั่นแล้วเท่านั้น

 

น้ำมันรำข้าวมีส่วนประกอบคล้ายคลึงกับน้ำมันถั่วลิสงซึ่งมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 38%, กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 37% และกรดไขมันอิ่มตัว 25% ส่วนประกอบของน้ำมันรำข้าวประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ γ-oryzanol ประมาณ 2% ของปริมาณน้ำมันดิบ โดยในตอนแรกที่มันถูกสกัดออกมานั้นมันมีส่วนประกอบคล้ายกับสารประกอบเชิงเดี่ยว แต่ในปัจจุบันนี้มันเป็นที่รู้จักกันดีว่าประกอบไปด้วยสเตอริล และไตรเตอพีนิลเอสเทอร์ตัวอื่น ๆ ของกรดเฟอรูลิก และที่สำคัญยังประกอบไปด้วยโทโคฟีรอลและโทโคไตรอีนอลในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้วิตามินอีในน้ำมันรำข้าวยังอุดมไปด้วยไฟโตสเตอรอลชนิดอื่น ๆ อีกด้วย

 

ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Sesame_oil

 

https://en.wikipedia.org/wiki/Rice_bran_oil

 

https://foodsafetyhelpline.com/2013/03/oils 

10-smartlife-plus_comLAYLA

ALL RIGHTS RESERVED ©2019 SMARTLIFE-PLUS CO., LTD.

บริษัท สมาร์ทไลฟ์ พลัส จำกัด

โทร. 02-995-8101

ฮีเมล์ info@smartlife-plus.com